เริ่มแบรนด์จากศูนย์อย่างไร...ให้โตไวในวงการเครื่องหอม?

1. "กลิ่น" ที่ตอบโจทย์ ไม่ใช่แค่หอม
กลิ่นที่ขายได้ = กลิ่นที่ สื่อสารกับอารมณ์ ของผู้ใช้
อย่าคิดแค่กลิ่นหอม แต่ต้องตอบคำถามว่า กลิ่นนี้ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกยังไง? ผ่อนคลาย? หรูหรา? สดชื่น? ใช้กลิ่นกับ Insight ลูกค้า เช่น
o กลิ่นที่ทำให้ห้องน่าอยู่ขึ้น
o กลิ่นรถหอมแล้วขับสบายขึ้น
o กลิ่นพกติดตัวแล้วมั่นใจ
Tip: ถ้าเริ่มต้นแล้วยังไม่รู้จะเลือกกลิ่นแบบไหน ทำกลิ่นจาก ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลิ่นสำหรับคาเฟ่ฮอปเปอร์, กลิ่นของคนขับ Grab กลางคืน, หรือ กลิ่นนุ่มของสาวรักความเรียบง่าย
2. โฟกัส "กลุ่มเล็กที่ใช่" ไม่ต้องหว่าน
แบรนด์ที่โตไว = เข้าไปอยู่ในใจเฉพาะกลุ่มก่อน
o คนชอบแต่งบ้าน
o คนติดรถ
o เจ้าของโรงแรมหรือคาเฟ่
o คนรักความสะอาด
เริ่มเจาะตลาดกลุ่มเดียวแล้วค่อยขยาย ห้าม!!! คิดจะทำกลิ่นหอมสำหรับทุกคนตั้งแต่เริ่ม
3. แพ็กเกจต้อง พูดแทนกลิ่น ได้
ลูกค้าเห็นกล่องหรือขวด ต้องเดาอารมณ์ของกลิ่นได้เลย ใช้โทนสีดีไซน์ ฟอนต์ คำโปรย ที่สื่อถึง อารมณ์กลิ่น ลงทุนกับภาพสินค้าให้ดูดีตั้งแต่ล็อตแรก
Tip: แพ็กเกจจิ้งดี = แชร์ง่ายบนโซเชียล = โตไวขึ้น

4. เริ่มขายผ่านช่องทางที่เหมาะกับสินค้าเครื่องหอม
เริ่มต้นที่ ออนไลน์ ก่อน เช่น IG, TikTok, Shopee ใช้คอนเทนต์กลิ่น+อารมณ์ เช่น
o ถ้าคุณเคยรู้สึกแบบนี้... กลิ่นนี้คือคำตอบ
o รีวิวจากคนที่ได้ลอง real experience สำคัญมาก
Tip: ทำแบรนด์ที่คน...อยากลอง ก่อนเป็น แบรนด์ที่คนซื้อซ้ำ
5. ทดสอบ-ฟังผลตอบรับ แล้วปรับเร็ว
o ทำ Sample หรือ Mini Set แล้วให้ลูกค้าทดลอง
o ถาม feedback แบบละเอียด
o ปรับสูตร / เปลี่ยนแพ็กเกจ / ทำเวอร์ชันใหม่ จากเสียงจริง
ลูกค้า = พาร์ทเนอร์ในการพัฒนาแบรนด์ของคุณ
6. ใช้บริการ ODM / OEM ให้คุ้ม
o ถ้าเริ่มจาก 0 ใช้ ODM ช่วยผลิตก่อน
o ถ้ามีไอเดียกลิ่นเอง ไปสาย OEM เพื่อความเฉพาะตัว
o เลือกโรงงานที่ช่วยพัฒนา Brand Story, กลิ่น, การตลาด ได้ด้วย
7. สร้างแบรนด์ผ่าน Story & Content ที่ คนอยากแชร์
o กลิ่นคืออารมณ์ ยิ่งเล่า ยิ่งคนอิน
o เล่าเบื้องหลังกลิ่น
o เล่าความเชื่อหรือแรงบันดาลใจ แชร์ Moment หรือ Mood ของกลิ่นนั้น



