แชร์

เบื้องหลังการวิจัยและพัฒนาน้ำหอม ทำไมใช้เวลานาน?

อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ค. 2025

การสร้างกลิ่นน้ำหอมหนึ่งกลิ่นไม่ใช่แค่การผสมน้ำมันหอมเข้าด้วยกันแล้วจบ แต่ต้องผ่านกระบวนการ วิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ละเอียดอ่อน และใช้เวลามากกว่าที่หลายคนคิด แล้วจริงๆ ใช้เวลากี่วัน? และทำไมบางกลิ่นจึงใช้เวลานานกว่าปกติ? บทความนี้มีคำตอบ

ขั้นตอน R&D น้ำหอมเริ่มจากอะไร?
1. การกำหนดแนวกลิ่น (Scent Direction)
เริ่มจากวางคอนเซ็ปต์ของกลิ่น เช่น ต้องการกลิ่นหวานสดใส หรูหราลุ่มลึก หรือกลิ่นแนวธรรมชาติ

2 การเลือกวัตถุดิบ (Ingredient Selection)
นักปรุงกลิ่น (Perfumer) จะคัดสรรน้ำมันหอมระเหยและสารสังเคราะห์ที่เข้ากันได้ดี เพื่อสร้างมิติของกลิ่น

3. การทดลองผสม (Formulation)
ใช้การทดลองหลายสิบรอบกว่าจะได้กลิ่นที่ "สมบูรณ์" ทั้งในช่วง Top, Heart และ Base Note

4. การทดสอบความเสถียร (Stability Testing)
ทดสอบว่าเมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นยังคงเสถียรหรือเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทั้งในขวดและเมื่อใช้บนผิว

5. การทดสอบกับกลุ่มเป้าหมาย (Consumer Testing)
ตรวจสอบว่ากลิ่นเป็นที่ชื่นชอบและตอบโจทย์ตลาดหรือไม่

แล้วใช้เวลากี่วัน?
 กลิ่นพื้นฐานทั่วไป: อาจใช้เวลาเฉลี่ย 24 สัปดาห์
 กลิ่นเฉพาะหรือกลิ่นใหม่ทั้งหมด: อาจใช้เวลา 36 เดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน

ทำไมบางกลิ่นถึงใช้เวลานาน?
 วัตถุดิบหายาก: เช่น น้ำมันหอมจากดอกไม้เฉพาะฤดูกาล หรือสารสกัดจากธรรมชาติพิเศษ
 กลิ่นมีความซับซ้อน: ยิ่งต้องการหลายโน้ต กลิ่นต้องสมดุลมากขึ้น
 ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูง: โดยเฉพาะน้ำหอมที่ใช้กับผิวหรือผลิตภัณฑ์สกินแคร์
 กลิ่นต้องตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม: เช่น น้ำหอมที่ออกแบบให้เข้ากับตลาดหรู หรือกลุ่มลูกค้าเฉพาะทาง

สรุป
เบื้องหลังความหอมของน้ำหอมทุกขวด มีการวิจัยและพัฒนาที่ลึกซึ้งและใช้เวลา บางกลิ่นอาจใช้เพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่บางกลิ่นอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้กลิ่นที่สมบูรณ์แบบ น้ำหอมคุณภาพดีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน อย่างปราณีตและพิถีพิถันลงตัว


บทความที่เกี่ยวข้อง
กลิ่นหอมแนวแปลกแต่ดัง! ที่คุณอาจยังไม่เคยได้กลิ่น
สำรวจ 5 กลิ่นน้ำหอมสุดแปลกแต่ดังทั่วโลก เช่น กลิ่นควันไฟ ดินหลังฝนตก และกลิ่นหนัง พร้อมเคล็ดลับเลือกกลิ่นให้เหมาะกับคุณ จาก The Kingdom Scent
รวมโทนกลิ่นน้ำหอมสุดฮิตของสาวๆ ที่ใครก็ต้องหลงใหล
เปิดกลิ่นน้ำหอมสุดฮิตของผู้หญิง ทั้งกลิ่นฟลอรัล ฟรุตตี้ มัสก์ และวานิลลา พร้อมเคล็ดลับเลือกโทนกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกคุณสาวๆ ช่วยเติมเสน่ห์ในทุกวัน
ที่มาของคำว่า Perfume จากภาษาละติน Per Fumum
รู้หรือไม่? คำว่า Perfume มาจากภาษาละติน “Per Fumum” แปลว่า “ผ่านควัน” เปิดประวัติศาสตร์การใช้น้ำหอมจากพิธีกรรมสู่ขวดหรู
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy