แชร์

รายชื่อสารก่อภูมิแพ้ที่ควรหลีกเลี่ยงตามมาตรฐาน EU/IFRA

อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2025

ทำไมน้ำหอมถึงต้องใส่ใจเรื่องสารก่อภูมิแพ้?
แม้น้ำหอมจะมอบประสบการณ์ที่หอมละมุนและเสริมเสน่ห์ให้ผู้ใช้ แต่เบื้องหลังของความหอมนั้นอาจแฝงไว้ด้วย สารก่อภูมิแพ้ ที่ส่งผลต่อผิวหรือระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

องค์กรอย่าง IFRA (International Fragrance Association) และ EU (European Union) จึงกำหนดแนวทางและกฎระเบียบในการใช้สารกลุ่มนี้อย่างชัดเจน ทั้งในด้าน ปริมาณ, การแจ้งบนฉลาก, และ การห้ามใช้บางสารโดยเด็ดขาด การเข้าใจรายชื่อสารก่อภูมิแพ้และการแจ้งเตือนอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งสำหรับผู้ผลิตและผู้บริโภค


สารก่อภูมิแพ้ในน้ำหอมคืออะไร?
สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) คือสารเคมีที่มีศักยภาพในการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการแพ้ เช่น ผื่นแดง คัน บวม หรือแม้แต่การหายใจติดขัด สารเหล่านี้อาจอยู่ในวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น น้ำมันหอมระเหย หรือในวัตถุดิบสังเคราะห์


รายชื่อ 26 สารก่อภูมิแพ้ตามข้อกำหนดของ EU และ IFRA
มาตรฐาน EU Cosmetic Regulation (Annex III) ได้กำหนดให้มีการแจ้งชื่อสารก่อภูมิแพ้บนฉลากผลิตภัณฑ์หากมีปริมาณเกินกว่าค่าที่กำหนด โดยเฉพาะสารหอมที่ใช้ในน้ำหอม เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่าง ๆ

รายชื่อสารก่อภูมิแพ้ 26 ชนิดที่ต้องระบุบนฉลาก ได้แก่
1. Amyl Cinnamal
2. Benzyl Alcohol
3. Cinnamyl Alcohol
4. Citral
5 Eugenol
6. Hydroxycitronellal
7. Isoeugenol
8. Amylcinnamyl Alcohol
9. Benzyl Salicylate
10. Cinnamal
11. Coumarin
12. Geraniol
13. Hydroxyisohexyl 3-cyclohexene carboxaldehyde (Lyral)
14. Anise Alcohol
15. Benzyl Cinnamate
16. Farnesol
17. Butylphenyl Methylpropional (Lilial)*
18. Linalool
19. Benzyl Benzoate
20. Citronellol
21. Hexyl Cinnamal
22. Limonene
23. Methyl 2-octynoate
24. Alpha-isomethyl ionone
25. Evernia prunastri extract (Oak moss)
26. Evernia furfuracea extract (Tree moss)
*หมายเหตุ สารบางตัว เช่น Lyral และ Lilial ถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรปแล้ว เนื่องจากถูกจัดว่าอาจเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์

ค่าปริมาณที่ต้องระบุสารบนฉลาก
หากผลิตภัณฑ์น้ำหอมมีสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้เกินค่าที่กำหนด ต้องมีการแจ้งชื่อสารบนฉลากผลิตภัณฑ์ โดยมีเกณฑ์คือ

Leave-on product เช่น น้ำหอม ครีม: 0.001%
Rinse-off product เช่น เจลอาบน้ำ: 0.01%

ตัวอย่างการแจ้งเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์
เมื่อมีสารก่อภูมิแพ้ในปริมาณที่เกินเกณฑ์ ผู้ผลิตต้องระบุ ชื่อสาร (INCI name) ลงในรายการส่วนประกอบบนฉลาก เช่น
Ingredients: Alcohol Denat., Aqua (Water), Limonene, Linalool, Citral, Parfum (Fragrance)

 

Tips สำหรับผู้ผลิต
- ต้องระบุเรียงลำดับตามปริมาณจากมากไปน้อย
- หลีกเลี่ยงการใช้คำทั่วไปอย่าง "fragrance" หรือ "perfume" แทนที่ชื่อสาร หากเกินค่าที่ต้องแจ้ง

ความรับผิดชอบของผู้ผลิตน้ำหอม
 วิเคราะห์สูตรน้ำหอม ว่ามีสารใดอยู่บ้างจากข้อมูลของซัพพลายเออร์
 ขอใบรับรอง IFRA Certificate และ Allergen Report จากผู้จำหน่ายน้ำมันหอม
 ตรวจสอบปริมาณสารก่อภูมิแพ้ ตามมาตรฐาน EU เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องแสดงบนฉลากหรือไม่
 อัปเดตฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากมีการเปลี่ยนแปลงสูตรหรือแหล่งวัตถุดิบ

ทำไมถึงสำคัญต่อผู้บริโภค
คนที่มีภูมิแพ้ผิวหนัง หรือโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) ควรอ่านฉลากให้ถี่ถ้วนก่อนเลือกใช้น้ำหอม
การรู้จักชื่อสารเหล่านี้จะช่วยให้หลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพหรือคนที่ผิวบอบบาง/ภูมิแพ้ได้

ความหอมต้องมาพร้อมความปลอดภัย...
ในยุคที่ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพและความปลอดภัยมากขึ้น การเลือกใช้น้ำหอมที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ถือเป็นการดูแลตนเองอีกทางหนึ่ง สำหรับผู้ผลิต การเรียนรู้มาตรฐาน EU/IFRA และการแจ้งส่วนผสมอย่างถูกต้องบนฉลากไม่ใช่แค่ข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง


บทความที่เกี่ยวข้อง
จุดบนร่างกายตรงไหนบ้างที่เหมาะกับการฉีดน้ำหอม?
เผยความลับการฉีดน้ำหอมให้ติดทนนาน เลือกจุดบนร่างกายที่เหมาะสม เช่น ข้อมือ คอ และหลังหู พร้อมทริคใช้น้ำหอมให้กลิ่นหอมยาวนาน
หัวน้ำหอม กับ น้ำมันหอมระเหย แตกต่างกันอย่างไร !?!
หัวน้ำหอม (Perfume Oil) และน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) แตกต่างกันอย่างไร ใครที่กำลังสับสนเราหาคำตอบมาให้แล้ว!!!
Perfume Decant คืออะไร และควรเก็บยังไง?
ไขความหมาย Perfume Decant และเทคนิคเก็บน้ำหอมขวดเล็กอย่างถูกต้อง ป้องกันกลิ่นเพี้ยน ตกตะกอน หรือเสื่อมสภาพ ให้หอมติดทนนาน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy