EDT คืออะไร? ที่มาของ Eau de Toilette ความหมายที่แท้จริง

น้ำหอมที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุดคือ EDT
แต่รู้หรือไม่ว่า EDT มีที่มาอย่างไร และเหตุใดจึงกลายเป็นน้ำหอมที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก
บทความนี้ The Kingdom Scent จะพาคุณไปรู้จัก Eau de Toilette (EDT) แบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ที่มาของชื่อ ความหมายที่แท้จริง ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไม EDT ถึงเหมาะกับชีวิตประจำวันมากที่สุดค่ะ
EDT ย่อมาจากอะไร?
EDT ย่อมาจาก Eau de Toilette
เป็นคำภาษาฝรั่งเศสที่หลายคนอาจเข้าใจผิด เพราะคำว่า Toilette ในปัจจุบันมักถูกตีความว่าเกี่ยวกับห้องน้ำ
แต่ในความหมายดั้งเดิมของฝรั่งเศส คำนี้หมายถึง...
“กระบวนการดูแลตัวเอง การแต่งกาย และการเตรียมความพร้อมก่อนออกจากบ้าน”
ดังนั้น Eau de Toilette จึงหมายถึง น้ำหอมที่ใช้ระหว่างการเตรียมตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่น้ำหอมสำหรับห้องน้ำอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด
ที่มาของ Eau de Toilette ในประวัติศาสตร์
EDT มีจุดกำเนิดในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 17–18
ในยุคที่การอาบน้ำยังไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน ชาวฝรั่งเศสและชนชั้นสูงนิยมใช้น้ำหอมเจือจาง
เพื่อเพิ่มความสดชื่น กลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ และสร้างภาพลักษณ์ที่สะอาด สุภาพ
น้ำหอมในรูปแบบ Eau de Toilette จึงถูกออกแบบให้
กลิ่นไม่แรงเข้ม
ใช้ได้บ่อย
ให้ความรู้สึกสดชื่นและเป็นธรรมชาติ
EDT มีความเข้มข้นแค่ไหน?
EDT เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นระดับกลาง โดยทั่วไปจะมีหัวน้ำหอม (Fragrance Oil) ประมาณ 5–15%
เมื่อเทียบกับประเภทอื่น
EDC (Eau de Cologne) → เบามาก สดชื่น ระเหยเร็ว
EDT (Eau de Toilette) → สมดุล ใช้ง่าย
EDP (Eau de Parfum) → เข้มข้น ติดทนนาน
Parfum / Extrait → เข้มข้นสูงสุด ใช้ปริมาณน้อย
ความเข้มข้นระดับนี้ทำให้ EDT ติดทนประมาณ 3–6 ชั่วโมง (ขึ้นกับสูตรและสภาพผิว)
EDT เหมาะกับใคร?
- คนที่ใช้น้ำหอมในชีวิตประจำวัน
- ผู้ที่ไม่ต้องการกลิ่นแรงหรือฉุนเกินไป
- การใช้งานกลางวัน ทำงาน หรืออากาศร้อน
- ผู้เริ่มต้นใช้น้ำหอม
- คนที่ชอบเปลี่ยนกลิ่น หรือฉีดซ้ำระหว่างวัน
ด้วยความที่กลิ่นของ EDT มักโปร่ง เบา และเข้าถึงง่าย จึงเป็นประเภทน้ำหอมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดโลก
ทำไมแบรนด์น้ำหอมส่วนใหญ่จึงผลิต EDT?
เหตุผลสำคัญคือ EDT ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนส่วนใหญ่
1. ใช้ง่าย ไม่หนักเกินไป
2. เหมาะกับหลายโอกาส
3. ไม่รบกวนคนรอบข้าง
4. สะท้อนบุคลิกอย่างเป็นธรรมชาติ
หลายแบรนด์ส่วนใหญ่จึงเลือกทำ EDT เป็น “เวอร์ชันหลัก” ของน้ำหอมรุ่นนั้น
ก่อนจะแตกไลน์เป็น EDP หรือ Parfum ในภายหลังค่ะ
สรุป EDT คืออะไรในมุมของ The Kingdom Scent
EDT ไม่ใช่น้ำหอมที่เบาเพราะคุณภาพน้อย
แต่คือการออกแบบกลิ่นให้ “เหมาะกับชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล”
ที่ The Kingdom Scent เราเชื่อว่า
น้ำหอมที่ดีไม่จำเป็นต้องแรงที่สุด
แต่ต้องเหมาะกับแต่ละบุคคล ไลฟ์สไตล์ และอารมณ์ของผู้ใช้มากที่สุดค่ะ


