OEM VS ODM คืออะไร แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

OEM (Original Equipment Manufacturer) ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม
OEM คืออะไร
OEM คือ ผู้ผลิตที่ ผลิตสินค้าตามแบบของลูกค้า ลูกค้าเป็นคนออกแบบ/กำหนดสเปก แล้วจ้าง OEM ให้ผลิตให้
เช่น คุณมีสูตร / กลิ่น / ไอเดีย / บรรจุภัณฑ์อยู่แล้ว โรงงานแค่ "ผลิตตามที่คุณสั่ง"
เหมาะกับใคร?
- แบรนด์ที่มีทีมพัฒนากลิ่น / ครีเอทีฟอยู่แล้ว
- เคยมีประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์มาก่อน
- ต้องการ "ควบคุมทุกจุด" ของสินค้าได้เอง
- ต้องการ กลิ่น/ดีไซน์เฉพาะตัว 100%
ข้อดี OEM
1. ได้ความเป็นเอกลักษณ์สูง
2. สร้างแบรนด์ให้ ต่างจริง จากคู่แข่ง
3. เหมาะกับแบรนด์ระดับพรีเมียมหรือมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
ข้อควรระวัง OEM
o ต้องมีความรู้พื้นฐานเรื่องสูตร กลิ่น และการผลิต
o ต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า ODM
o ใช้เวลาในการพัฒนาและทดลองนานขึ้น
ODM (Original Design Manufacturer) ผู้ผลิตที่ออกแบบเอง
ODM คืออะไร
ODM คือ ผู้ผลิตที่ มีสินค้าแบบสำเร็จรูปพร้อมขาย แล้วให้คุณเลือกสินค้าเหล่านั้นมาใส่แบรนด์ของคุณเอง
เช่น โรงงานมีสูตร, กลิ่น, บรรจุภัณฑ์ไว้ให้เลือก คุณแค่เลือกแล้วใส่แบรนด์ของตัวเองเข้าไป
เหมาะกับใคร ?
- ผู้เริ่มต้นสร้างแบรนด์ ไม่มีประสบการณ์
- ต้องการเริ่มขายไว ลงทุนน้อย
- ยังไม่แน่ใจว่าจะขายกลิ่นไหน
- ต้องการเทสต์ตลาดก่อนสเกลใหญ่
ข้อดี ODM
1. เริ่มต้นง่ายมาก
2. ไม่ต้องคิดสูตรเอง
3. ราคาต่อหน่วยถูกกว่า
4. ได้กลิ่นที่ทดสอบมาแล้วว่า ขายได้
ข้อควรระวัง ODM
o ความแตกต่างจากคู่แข่งน้อย
o อาจเจอแบรนด์อื่นใช้กลิ่นคล้ายกัน
o บางไลน์สินค้าอาจจำกัดการปรับแต่ง

การเลือกใช้ OEM หรือ ODM ขึ้นอยู่กับเป้าหมายแบรนด์ งบประมาณ และประสบการณ์ของคุณ หากคุณต้องการความแตกต่างเฉพาะตัว ควบคุมได้ทุกจุด OEM คือคำตอบ แต่ถ้าคุณอยากเริ่มต้นง่าย ลงทุนน้อย และทดสอบตลาด ODM อาจเหมาะกว่า
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนของแต่ละรูปแบบ เพียงแต่ควรวางแผนให้เหมาะกับกลยุทธ์ของแบรนด์คุณเอง หากอยากผลิตน้ำหอม เครื่องหอม หรือออกแบบกลิ่นสามารถปรึกษาเราได้ เพียงกดไปหน้าเพจ Services เพื่อรับบริการได้เลยที่ www.thekingdomscents.com


